ยุงเป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น โดยยุงเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลำตัวยาว 4-6 มม. โดยยุงตัวเมียเมื่อมีอายุได้ 2-3 วันจะเริ่มออกหากินเลือดคนหรือสัตว์ เพื่อนำเอาโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตของไข่ในรังไข่
เมื่อไข่สุกเต็มที่ยุงตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่ หลังจากวางไข่แล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และวางไข่ได้ โดยยุงเป็นแมลงที่เป็นพาหะของโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็น โรคไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย ไข้สมองอักเสบ และโรคที่มีการระบาดไปไม่นานอย่างไวรัสซิกา ซึ่งโรคเหล่านี้ต่างคร่าชีวิตของผู้คนมาแล้วนับล้านคน ดังนั้นเราควรที่จะป้องกันตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคดังกล่าว
การป้องกันยุงกัดเป็นวิธีที่สามารถลดความรำคาญที่เกิดจากยุงและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนอนในมุ้ง การติดตั้งมุ้งลวด การจุดยากันยุง และการทาสารเคมีไล่ยุง (repellent) เช่น น้ำมันตะไคร้หอม หรือสารสังเคราะห์ เช่น Icaridin, DEET (Diethyltoluamide) เป็นต้น
DEET เป็นสารที่นิยมในการใช้ในผลิตภัณฑ์ไล่ยุง ซึ่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น โลชั่น สเปรย์ ฯลฯ โดยปกติร่างกายของเราจะปล่อยกลิ่นออกมา ซึ่งจะประกอบไปด้วยสารต่างๆจำนวนมาก และกลิ่นเหล่านี้ก็จะเป็นเหมือนตัวล่อที่ทำให้ยุงเข้ามากัด การทาสาร DEET บริเวณผิวหนังจะช่วยให้สามารถปกปิดกลิ่นที่ออกจากร่างกายทำให้ยุงไม่สามารถกัดเราได้ นอกจากนี้ DEET ยังเป็นสารที่ได้รับการยอมรับจากสากลว่ามีประสิทธิภาพในการไล่ยุงได้ดี และมีความปลอดภัยสูง

จะใช้สารทาป้องกันยุงอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ?
- ทาสารป้องกันยุงลงบนผิวหนังเพียงบางๆให้ทั่วถึง แต่ไม่ต้องหนา เพราะไม่ได้ช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
- ไม่ควรทาสารป้องกันยุงบริเวณร่มผ้า แต่ให้เปลี่ยนเป็นฉีดบริเวณเสื้อผ้าแทน นอกจากนี้ไม่ควรทาบริเวณเนื้อเยื่อที่บอบบางและแพ้ง่าย เช่น รอบดวงตา ปาก และรักแร้
- ภายหลังจากการใช้สารป้องกันยุง ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
Ref. http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/WEBTHAI/TopicalRepellents.pdf






